Hot News :

เผยแพร่ผลงาน ชุดกิจกรรมเกมการศึกษา (เกมจับคู่) เพื่อพัฒนาความพร้อมทักษะทางคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย ครูปราณี สูบุญ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดบ้านนาดี

ชื่อผลงาน : ชุดกิจกรรมเกมการศึกษา (เกมจับคู่) เพื่อพัฒนาความพร้อมทักษะทางคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย

เจ้าของผลงาน : นางปราณี สูบุญ ครูชำนาญการ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดบ้านนาดี สังกัด กองการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนตำบลยางสักกระโพหลุ่ม อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี

ความเป็นมา

      การจัดการศึกษาในระดับปฐมวัยนับได้ว่าเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จำเป็นและสำคัญยิ่งต่อการวางรากฐานชีวิต แนวโน้มของการจัดการศึกษาในปัจจุบันเน้นให้ผู้เรียนมีความสามารถในการปฏิบัติงาน การจัดการ การคิด มีความกระตือรือร้นที่จะเสาะแสวงหาความรู้แปลก ๆ ใหม่ ๆ มาเพิ่มพูนความรู้ของตน สื่อสารได้ดี สามารถปรับตนให้เข้ากับผู้อื่นได้ ตลอดจนการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม (พัฒนา ชัชพงศ์, 2541, หน้า 169) เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มของการปฏิรูปและการจัดการศึกษาดังกล่าว ดังนั้นการจัดการศึกษาในระดับปฐมวัยจึงมีจุดมุ่งหมายที่สำคัญเพื่อพัฒนาและเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักการของทฤษฎีจิตวิทยาพัฒนาการที่เน้นเด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ใช้กิจกรรมในรูปแบบบูรณาการผ่านการเล่นที่หลากหลายให้สอดคล้องเหมาะสมกับวัย ความสนใจ และเป็นประสบการณ์ตรงที่ให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง (กรมวิชาการ, 2540, หน้า 10-16) สอดคล้องกับแนวคิดของดิวอี้ ที่กล่าวว่า การจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมสำหรับเด็กอนุบาลควรยึดเด็กเป็นศูนย์กลางที่คำนึงถึงความสนใจและความสามารถของเด็ก ให้เด็กมีโอกาสเลือกกิจกรรมด้วยตนเอง เรียนโดยใช้ประสบการณ์ตรงและทดลองโดยที่ครูเป็นผู้สังเกต และให้คำแนะนำ (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, 2541, หน้า 14) การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางจึงเป็นมิติใหม่ของการจัดการศึกษาในระดับปฐมวัยที่มุ่งจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับการดำรงชีวิต เหมาะสมกับความสามารถและความสนใจของผู้เรียนโดยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติจริงทุกขั้นตอนจนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง (วัฒนาพร ระงับทุกข์, 2542, หน้า 11) การพัฒนาการเรียนการสอนในระดับปฐมวัยจึงเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา ดังนั้น การปฏิรูปการศึกษาจึงควรเริ่มต้นที่ระดับปฐมวัย ด้วยการพัฒนาการเรียนการสอน และประเมินผลให้เหมาะสม เป็นไปได้ มีประสิทธิภาพสูง (สิริมา ภิญโญอนันตพงษ์, 2542, หน้า 23)

      การพัฒนาการด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย เป็นพัฒนาการด้านหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญ การเจริญเติบโตทางด้านร่างกายเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางร่างกายและสมรรถภาพ การทำงานตามหน้าที่ของร่างกายที่ดำเนินต่อเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ในช่วงวัยทารก (0 - 2 ปี) และวัยเตาะแตะ (2 - 3 ปี) ซึ่งเป็นระยะการเจริญเติบโตทางโครงสร้างและอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายอย่างรวดเร็วอันเป็นฐานของการพัฒนาความสามารถอื่น ๆ โดยเริ่มพัฒนาจากสภาพทั่วไป สู่ลักษณะและความสามารถที่สลับซับซ้อนเฉพาะเจาะจงขึ้นตามวัย (สุโขทัย อ้างในจุฑาพร พุทธิวาส, 2544, บทนำ)

      การพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่และกล้ามเนื้อมัดเล็กจะต้องพัฒนาไปตามวัยให้เหมาะสม เมื่อเด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่แล้ว ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กควรให้ความสำคัญด้วย เพราะเป็นการเตรียมความพร้อมด้านการใช้มือในการเขียนตลอดจนฝึกประสาทสัมผัสในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งกิจกรรมที่พัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ได้แก่ การฝึกประสาทสัมผัสการเคลื่อนไหวของนิ้วมือ และการฝึกความสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา ความสำคัญในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก เป็นการเคลื่อนไหวอย่างว่องไวของนิ้วมือ มีความสัมพันธ์มาก กับการพูดจาชัดถ้อยชัดคำ และความคิดอันฉับไวของเด็ก ซึ่งสอดคล้องกับ มัทนี เกษกมล (ม.ป.ป.) ที่เน้นจุดเริ่มต้นสำหรับการพัฒนาความสามารถและพรสวรรค์ของเด็ก คือ การพัฒนานิ้วมือยิ่งเด็กได้มีโอกาสใช้มือได้คล่องแคล่วเพียงไร ก็ยิ่งเฉลียวฉลาดมากขึ้นเพียงนั้น และการที่เด็กได้พัฒนาการเคลื่อนไหวใช้กล้ามเนื้อ การฝึกประสาทสัมผัส และฝึกคิด โดยมีสิ่งเร้าต่าง ๆ ทั้งที่เป็นตัวบุคคล และวัสดุสิ่งของช่วยกระตุ้น จะช่วยให้เด็กเกิดพัฒนาได้ทุกด้าน จากการวิจัยของ Kaufman, Zalma and Kaufman พบว่าการเพิ่มความสามารถในการใช้มือจะนำไปสู่การจับลูกบอล และสิ่งอื่น รวมทั้งการเขียนได้ดีขึ้น Dawson ได้กล่าวสนับสนุนว่าการเขียนที่ดีจะต้องมีการประสานกันอย่างดีระหว่างสายตา มือ และการควบคุมกล้ามเนื้อ ส่วน Barbara and Others ได้กล่าวถึงวิธีส่งเสริมความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กว่า สามารถทำได้โดยให้เด็กได้ฝึกฝนใช้มือจับสิ่งของต่าง ๆเช่น เมล็ดพันธุ์พืช ฯลฯ การฝึกหัดระบายสี การร้อยลูกปัด การตัด ฉีก ปั้น ทุบ ดึง เท การกรอกน้ำ และทราย ฯลฯ ซึ่งสอดคล้องกับ อธิษฐาน พูลศิลป์ศักดิ์กุล (2546, หน้า 111) ได้กล่าวถึงความสามารถ ในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กว่ามีความสำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน โดยกล้ามเนื้อมัดเล็กเป็นอวัยวะหนึ่งในการประกอบกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง ถ้าเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็กได้คล่องแคล่วจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ และการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยควรส่งเสริมให้ใช้กล้ามเนื้อสายตาร่วมกับมือ เพราะการประสานงานของกล้ามเนื้อเล็กของเด็กยังไม่พร้อมเท่าที่ควร (Lowenfeld and Lambert Brittain อ้างในสมศรี เมฆไพบูลย์วัฒนา, 2551, หน้า 2) การเล่นและการทำกิจกรรมต่าง ๆ จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เด็กได้พัฒนาความพร้อมทางมือและตามากที่สุด เด็กจะเรียนรู้อย่างสนุกสนาน เด็กจะใช้มือในการหยิบจับวัสดุต่าง ๆ ทำให้เข้าใจวิธีการใช้นิ้วมือจับดินสอได้อย่างถูกวิธี สอดคล้องกับพัฒนา ชัชพงศ์ (2541, หน้า 122) กล่าวว่าการพัฒนากล้ามเนื้อเล็กให้แข็งแรงเด็กก็พร้อมที่จะลากลีลามือ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเขียน เพราะความคล่องแคล่วของกล้ามเนื้อนิ้วมือมีความสัมพันธ์อย่างมากกับการเขียนของเด็กซึ่งกิจกรรมหรืออุปกรณ์ที่ช่วยส่งเสริมการใช้กล้ามเนื้อมือกับสายตา ให้ประสานสัมพันธ์กันได้แก่ การร้อยลูกปัด ร้อยเชือก ร้อยดอกไม้ เย็บกระดุม รูดซิป เรียงสี เรียงไม้หนีบ ปักหมุด ตอกตะปู เป็นต้น (เยาวพา เดชะคุปต์, 2542, หน้า 22 – 24)

      จากความสำคัญดังกล่าวข้างต้นผู้รายงานเห็นว่าการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์เพื่อพัฒนาความพร้อมทางคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพราะจะเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กในทุกด้าน อันจะส่งผลต่อการเขียน การอ่าน และกระบวนการเรียนรู้ของเด็กในอนาคต และจากการที่ผู้รายงานได้จัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ทั้ง 6 กิจกรรม เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาล 1 ให้เกิดการพัฒนาทั้ง 4 ด้าน ได้สังเกตเห็นว่า ในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ เด็กไม่สามารถปฏิบัติกิจกรรมให้บรรลุจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมือ นิ้วมือในการขีดเขียน สิ่งต่าง ๆ และการใช้สายตา ในการรับรู้ด้วยการมองเห็น การใช้สายตาและกล้ามเนื้อมือให้สัมพันธ์กันในการทำกิจกรรมต่างๆ ยังไม่คล่องแคล่ว เด็กบางคนมีปัญหาในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน เช่น การผูกเชือกรองเท้า การติดกระดุมเสื้อ การรูดซิปด้วยตนเอง ส่งผลให้เด็กเกิดความเบื่อหน่ายในการทำงานและยังอาจส่งผลต่อ การเขียน การอ่าน และกระบวนการเรียนรู้ของเด็กในอนาคต ทำให้เด็ก ๆ มีปัญหาในการเรียนชั้นที่สูงขึ้น เป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่า เด็กปฐมวัย เป็นช่วงโอกาสทองที่เด็กจะสามารถเกิดการพัฒนาได้ดีในการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา จากความสำคัญ ปัญหา และข้อมูลที่กล่าวมา ผู้รายงานในฐานะครูผู้สอนเด็กปฐมวัย ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กและการประสานสัมพันธ์ระหว่างตาและมือ เพื่อพัฒนาความพร้อมทางคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย ผู้รายงานจึงได้จัดทำชุดกิจกรรมเรื่อง ตัวเลข 1 – 5 แสนสนุก เพื่อพัฒนาความพร้อมทางคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย ได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ครูผู้สอนใช้เป็นสื่อในการจัดประสบการณ์ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนบรรลุจุดประสงค์และ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

      ชุดกิจกรรมเกมการศึกษา (เกมจับคู่) หมายถึง กิจกรรมเสริมประสบการณ์ สำหรับเด็กปฐมวัย สร้างขึ้นเพื่อพัฒนาความพร้อมทักษะทางคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาล 1 ซึ่งมีจำนวน 8 ชุดกิจกรรม หรือ 8 ชุด ได้แก่

  1. ชุดกิจกรรมที่ 1 คือ พระอาทิตย์พระจันทร์
  2. ชุดกิจกรรมที่ 2 คือ นกน้อยเริงร่า
  3. ชุดกิจกรรมที่ 3 คือ ต้นไม้ที่รัก
  4. ชุดกิจกรรมที่ 4 คือ อร่อยผักผลไม้
  5. ชุดกิจกรรมที่ 5 คือ ผีเสื้อแสนสวย
  6. ชุดกิจกรรมที่ 6 คือ มดตัวน้อย
  7. ชุดกิจกรรมที่ 7 คือ ดอกไม้แสนสวย
  8. ชุดกิจกรรมที่ 8 คือ ฤดูกาลหรรษา

สาระสำคัญ

      เกมการศึกษา เกมจับคู่จำนวนกับตัวเลขในชีวิตประจำวันเป็นกิจกรรมที่ทำให้เด็กได้สังเกตลักษณะของตัวเลขกับจำนวนที่สัมพันธ์กัน

จุดประสงค์การเรียนรู้

  1. เพื่อให้เด็กสามารถจับคู่จำนวนกับตัวเลขได้
  2. เพื่อให้เด็กสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้

สาระการเรียนรู้

  1. สาระที่ควรรู้
  2. เกมจับคู่จำนวนกับตัวเลข

ประสบการสำคัญ

  1. การร้องเพลง
  2. การแก้ปัญหาในการเล่น
  3. การเล่นและการทำงานร่วมกับผู้อื่น

วิธีการเล่น

  • วิธีสร้างเกม
    1. สร้างภาพเกมจับคู่ภาพเหมือน จำนวน 5 คู่ มีขนาด 11x10 ซ.ม.
    2. ผนึกภาพเกมจับคุ๋ภาพเหมือน ใส่กระดาษแข็งที่เป็นแผ่นรองพื้นเคลือบให้สวยงาม เก็บใส่กล่องให้เรียบร้อย
  • วิธีการเล่นเกม
    1. ครูแนะนำให้เด็กรู้จักภาพที่อยู่ในแผ่นภาพ
    2. ครูสาธิตการเล่นเกมจับคู่ภาพเหมือนให้เด็กดู
    3. ครูให้เด็กหาภาพที่เหมือนกันมาจับคู่กันให้สมบูรณ์
    4. เมื่อเล่นเสร็จเด็กนำเกมจับคู่ภาพเหมือนใส่กล่องแล้วเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
  • ประโยชน์ที่จะได้รับ
    • เด็กได้ฝึกการสังเกต จับคู่
    • เด็กสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้
    • เด็กมีความรับผิดชอบและมีระเบียบวินัย

วิธีดำเนินกิจกรรม

  • ขั้นนำ
    1. ครูและเด็กร่วมกันร้องเพลง “นกกระจิบ”พร้อมทำท่าทางประกอบเพลง
      • เพลง “นกกระจิบ”
        นั่นนกบินมาลิบๆ
        นกกระจิบหนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า
        อีกฝูงบินล่องลอยมา (ซ้ำ)
        หก เจ็ด แปด เก้า สิบตัว
    2. ครูและเด็กสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับจำนวนและตัวเลข
    3. ครูและเด็กสร้างข้อตกลงร่วมกันก่อนดำเนินกิจกรรม
    4. เด็กแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 2-4 คน แล้วนั่งเป็นกลุ่ม
  • ขั้นสอน
    1. ครูอธิบายวิธีการเล่นเกมให้เด็กฟัง
    2. ครูให้เด็กเริ่มเล่นเกมการศึกษา โดยครูกำหนดภาพ
    3. ให้เด็กเล่นเกมการจับคู่จำนวนกับตัวเลขตามที่กำหนดให้
    4. เมื่อเด็กเล่นเสร็จให้คำชมเชยหรือรางวัลกับกลุ่มที่ชนะและให้เด็กเล่นเป็นรายบุคคล
    5. เด็กช่วยกันเก็บเกมการศึกษาคืนครูและฝึกให้เด็กเก็บใส่กล่องให้เรียบร้อย
  • ขั้นสรุป
    • ครูและเด็กร่วมกันสรุปกิจกรรมโดยการทบทวนเกมการจับคู่จำนวนกับตัวเลข

การประเมินผล

  • วัดและประเมินโดยการสังเกต
    1. การจับคู่จำนวนกับตัวเลข
    2. การทำงานร่วมกับผู้อื่น
  • เครื่องมือที่ประเมิน
    • แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
  • เกณฑ์การประเมินแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
    • 3 = ปฏิบัติได้ถูกต้องคล่องแคล่วตามรายการประเมินโดยไม่มีการชี้แนะ
    • 2 = ปฏิบัติได้ถูกต้องตามรายการประเมินโดยมีการชี้แนะเป็นบางครั้ง
    • 1 = ปฏิบัติได้ตามรายการประเมินแต่ต้องมีการชี้แนะตลอดเวลา

 

Poll

ประชาชนชาวตำบลยางสักกระโพหลุ่ม มีความพึงพอใจต่อการดำเนินงานในโครงการก่อสร้าง ประเภทใดมากที่สุด ?
  • โหวต: (0%)
  • โหวต: (0%)
  • โหวต: (0%)
Total Votes:
First Vote:
Last Vote:

Map

สารสนเทศ สถ.

หน่วยงาน สถ.

ลิงค์น่าสนใจ